Home / สังคม (page 37)

สังคม

ทรงดูแลข้าพเจ้าราวพี่ชายผู้แสนดี

247533

“ทรงดูแลข้าพเจ้าราวพี่ชายผู้แสนดี…จักรพรรดินี แห่ง ญี่ปุ่น ทรงบรรยายความรู้สึกหลังทราบข่าวในหลวงร.9 สวรรคต” เว็บไซต์หนังสือพิมพ์อาซาฮี ชินบุน ได้เผยแพร่ข้อความจากจดหมายของ จักรพรรดินีมิชิโกะ ที่ทรงเขียนตอบคำถามสมาคมผู้สื่อข่าวประจำสำนักพระราชวังญี่ปุ่น เนื่องในวันพระราชสมภพครบ 82 พรรษา ว่า ในคืนวันที่ 13 ตุลาคม 2559 หลังทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย ก็ทรงรู้สึกเสียพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง…. “ในคืนวันที่ 13 ตุลาคม ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวร้ายถึงการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  พระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงมีพระชนมายุมากกว่าข้าพเจ้า 6-7 พรรษาพระองค์ทรงดูแลข้าพเจ้าราวพี่ชายผู้แสนดี นับตั้งแต่ข้าพเจ้าอยู่ในวัย 20 กว่าปี  แม้ข้าพเจ้าจะทราบข่าวพระอาการประชวรของพระองค์ แต่ก็ยังมีความหวังว่าจะได้เข้าเฝ้าพระองค์อีกสักครั้ง ทั้งนี้ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมถึงพสกนิกรชาวไทยทุกคน” ภาพ :: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช,สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ,สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ,สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ     ที่มา: teenee

อ่านเพิ่มเติม

สมเด็จฯ ๖ แผ่นดิน มเหสีที่เศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

247535

  สมเด็จฯ ๖ แผ่นดิน มเหสีที่เศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย พระนางเจ้าสว่างวัฒนา หรือพระนามเต็มว่า “สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” พระองค์ประสูติ (เกิด) ในสมัยรัชกาลที่ 4 และสวรรคตในสมัยรัชกาลที่ 9 รวมพระชนมายุยาวนานมากถึง 6 แผ่นดิน พระอัครมเหสีที่ตลอดพระชนม์ชีพ 6 แผ่นดิน ของพระองค์ทรงมีแต่ความทุกข์โศกที่เกิดจากการสูญเสีย “ทรงเคยสูงสุดกว่าผู้ใด แต่ก็ทรงทุกข์กว่าผู้ใดเช่นกัน” – พระราชสมภพ ในรัชกาลที่ 4 และสวรรคต ในรัชกาลที่ 9 – พระเจ้าลูกเธอ (ลูก) ในรัชกาลที่ 4 – สมเด็จพระบรมราชเทวี (ภรรยา) ในรัชกาลที่ 5 – สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าฯ (สมเด็จป้า-พี่สาวของแม่) ในรัชกาลที่ 6 และ 7 – สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (ย่า) …

อ่านเพิ่มเติม

อย่าไปเหิม อย่าลอย!! ชื่อลูกภูมิพล…ต้องเหยียบดิน

247461

เฟซบุ๊ก ศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ ได้เผยแพร่พระราชดำรัสความตอนหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันพฤหัสบดี ที่ ๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากประชาชนไทยได้อ่านแล้วบทความพระราชดำรัสนี้จะทราบว่า พระองค์ท่านปฏิบัติเช่นนั้นจริงๆในทุกครั้งที่เสด็จฯปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎรในท้องถิ่นต่างๆจนสร้างความปลื้มปิติให้แก่ราษฎรทั่วแผ่นดินไทยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดมา ความตอนหนึ่งระบุว่า “แต่จะเล่าให้ฟัง เตือนนี่น่ะ สมเด็จพระบรมราชชนนี แม่เราอายุ ๔๐-๕๐ แล้ว ท่านชมเก่ง ทำนี่แม่ชอบ แต่ท่านต้องต่อว่า อย่าลืมตัว ท่านว่าอย่างนั้นทุกครั้ง ท่านพูดว่าอย่าลอย ท่านใช้คำว่าปอดลอย ขาต้องอยู่ติดดิน กับดิน ชื่อลูกภูมิพล ต้องเหยียบดิน ไอ้การลอยไม่เหยียบดินใช้ไม่ได้ ภูมิพลเหยียบดิน ถึงเดินไปบนภูเขาก็เดินบนดิน เหาะเฮลิคอปเตอร์ลงมาก็มาเดินบนดิน ท่านเตือนเสมอว่าห้ามไม่ให้ลอย จนอายุเกือบ ๖๐ถึงหยุด ท่านไม่เตือนแล้ว ท่านว่าแม่ชอบ ถ้าทำอะไรดีให้รู้ว่าดี อย่าไปเหิม ต้องระวัง” ความตอนหนึ่งในพระราชดำรัส …

อ่านเพิ่มเติม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ หลังฉาก

247431

    พระบรมฉายาลักษณ์ นี้ฉายขึ้นที่หลังพระฉากในพระที่นั่งทรงธรรม เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นเมื่อครั้ง พระราชทานน้ำหลวงสรงพระศพพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ ในภาพ ปรากฏ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ,สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ,สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร,สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี,พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเสด็จ นั่งลงที่พื้นเพื่อทรงปลอบโยนพระราชหฤทัย สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี ที่ต้องสูญเสียสมเด็จแม่ไป ขอบคุณ we_love_king_bhumibol   ที่มา: teenee

อ่านเพิ่มเติม

ฉันเป็นกษัตริย์ก็จริง แต่หลายปีแล้วเงินเดือนก็ไม่ขึ้นให้สักที

247399

เว็บไซต์ welovethaiking.com ได้เผยเรื่องราว พระราชอารมณ์ขัน ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึงอาชีพช่างภาพ โดยระบุว่า ด้วยความที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดการถ่ายภาพ และทรงถ่ายภาพต่างๆอยู่เป็นประจำ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ไปปรากฏอยู่ในนิตยสาร “สแตนดาร์ด” ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ทรงมีพระราชดำรัสด้วยพระอารมณ์ขันแก่ผู้ใกล้ชิดผู้หนึ่งถึงการเป็นช่างภาพอาชีพของพระองค์ว่า… “ฉันเป็นกษัตริย์ก็จริง แต่ฉันยังมีอาชีพเป็นช่างภาพของหนังสือพิมพ์สแตนดาร์ด ได้เงินเดือนละ ๑๐๐ บาท ตั้งหลายปีมาแล้วจนบัดนี้ก็ยังไม่เห็นเขาขึ้นเงินเดือนให้สักที เขาก็คงถวายเดือนละ ๑๐๐ บาทอยู่เรื่อยมา”   พระองค์ได้ทำงานเป็นช่างภาพข่าวให้กับ หนังสือพิมพ์สแตนดาร์ด ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ภาษาอังกฤษรายแรกของประเทศไทย อีกด้วย ที่มา: teenee

อ่านเพิ่มเติม

ในหลวงถาม …ที่นี่ ใครใหญ่…?

247375

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เล่าถึง พระอารมณ์ขัน ของ ในหลวง รัชกาลที่ 9ว่า ที่บึงมักกะสัน ในหลวงท่านก็ลงไปล่องมาแล้ว ตอนนั้นผักตบชวาเต็มเลย สามารถเดินข้ามได้เลย พอท่านจะเสด็จไป ท่านบอก…. สุเมธวันนี้ไปเที่ยวกัน! ผมได้ยินคำนี้ทีไร ใจหายวาบทุกที เพราะไปเที่ยวกับท่านทีไร เหงื่อตกทุกที เวลาทำงานท่านจะใช้คำว่าเที่ยว เผื่อให้บรรยากาศมันผ่อนคลาย พอท่านเสด็จไปถึงบึงมักกะสัน… ซึ่งเป็นของ กทม. แต่กรมรถไฟขอใช้เป็นที่ซ่อมรถไฟ เทน้ำมันเครื่องลงไป น้ำก็เน่าเหม็นหมด ผักตบชวาก็ขึ้นเต็มบึง ก่อนออกเดินทาง รับสั่งบอก… “เดี๋ยววันนี้ ฉันจะพาไปดูอธรรมสู้กับอธรรม” เราก็นึกว่า วันนี้ท่านทอดพระเนตรหนังจีนหรือเปล่า เพราะเรายังไม่เข้าใจ พอไปถึงบึงมักกะสัน… ผู้ว่าฯ กทม. ยืนรับเสด็จฯ ผู้ว่าการรถไฟ คนใหญ่คนโตเยอะแยะมารับเสด็จฯ พอลงจากรถปั๊บ ท่านรับสั่งถาม “ที่นี่ใครใหญ่ ?…” โอ้ว…หงอยเป็นแถวเลย พระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ ใครจะใหญ่… จริงๆ ประเด็นของท่าน …

อ่านเพิ่มเติม

รวมภาพวันลอยกระทง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งเสด็จออกลอยพระประทีป

247382-1

ประเพณีลอยกระทงในปีนี้ ตรงกับวันที่ 14 พ.ย. นับว่าเป็นครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ พระบรมฉายาลักษณ์ประวัติศาสตร์ เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเพื่อทรงลอยพระประทีป เพื่อเป็นมงคลในวันลอยกระทงนี้                   ที่มา: teenee

อ่านเพิ่มเติม

คิดถึง…ไกลกังวล บ้านของพ่อ พาชมวังที่ในหลวง ร.๙ เสด็จฯ

247337

วังไกลกังวล บ้านของพ่อ ตั้งอยู่ภายในพระราชฐานวังไกลกังวล โดยภายในมีพระตำหนัก 4 หลัง คือ เปี่ยมสุข, ปลุกเกษม, เอิบเปรม และเอมปรีดิ์ ลักษณะองค์พระตำหนัก เป็นอาคารคอนกรีตสูงสองชั้น หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาเคลือบสีน้ำตาลเข้ม ส่วนฐานผนังประดับด้วยหินก้อนใหญ่สีน้ำตาล คล้ายบ้านพักตากอากาศในยุโรป เป็นบ้านที่มุ่งเน้นให้เห็นธรรมชาติ คล้ายปราสาท หรือบ้านในชนบทของฝรั่งยุคนั้น ด้านข้าง พระตำหนักเปี่ยมสุข มีอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่งคือ ศาลาเริง เป็นศาลาโล่งสูงสองชั้น สำหรับทรงกีฬา และเป็นสถานที่พระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่าง ๆ มี พระตำหนักน้อย อยู่ทางทิศใต้ของพระตำหนักเปี่ยมสุข ส่วนพระตำหนักน้อย เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ สมเด็จกรมพระสวัสดิ์ฯ และพระองค์เจ้าหญิงอาภาพรรณี พระบิดาและพระมารดาของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี โปรดเสด็จฯ ประทับพักผ่อน เมื่อตามเสด็จไปยังหัวหิน และเคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระตำหนักปลุกเกษม เป็นตำหนักโปร่ง ๆ แบบไทยปนสมัยใหม่ มีห้องนอนหลายห้องด้านหลัง ตั้งโต๊ะและเก้าอี้หมู่ ใกล้ ๆ กันมีห้องน้ำ …

อ่านเพิ่มเติม

เปิดรั้วราชสำนักฝ่ายใน การ ขึ้น และ ตก ของสตรีในวังหลวง เรื่องที่ทุกคนควรรู้

247332

“…ฉันน่ะไม่เคยขี้เหนียวหรอก แต่เห็นเสียแล้วเมื่อเวลาฉันมีบุญน่ะ ล้วนแต่มาห้อมล้อมฉันทั้งนั้นแหล่ะ เวลามีงานมีการอะไร ฉันก็ช่วยเต็มที่ไม่ขัด แต่พอฉันตกก็หันหนีหมด ไปเข้าตามผู้มีบุญต่อไป ฉะนั้นฉันจึงตัดสินใจไม่ทำบุญกับคนรู้จัก แต่จะทำการกุศลทั่วไปไม่เลือก…”  พระราชดำรัสของ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่ทรงประสบกับภาวะการณ์ “ขึ้น” และ “ตก” ของตำแหน่งพระอัครมเหสีแห่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การแข่งขันชิงดีชิงเด่นชิงความรักความเป็นใหญ่ระหว่างกันแล้ว สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ชาววังระวังและปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดที่สุดก็คือ การรักษาสถานภาพการเป็นคนโปรดหรือที่เรียกว่า “ขึ้น” เพราะเวลา”ขึ้น” นั้นจะมีทั้งอำนาจวาสนาทรัพย์สินเงินทอง ผู้คนต่างพากันเข้ามาสวามิภักดิ์ยอมตัวอยู่ในพระบารมี เวลาที่ไม่โปรดปรานเรียกว่า “ตก” สิ่งต่างๆประดาที่เคยมีก็พลันสูญเสียไป ความรู้สึกของผู้ที่อยู่ในสภาพนี้ ก็คือความรู้สึกของปถุชนคนทั่วไป คือมีทั้งความเสียใจเสียดาย ถึงสิ่งดีๆที่ผ่านไป เว้นแต่ผู้ที่มีสติสัมปชัญญะกำกับกายใจอยู่จึงจะพ้นภาวะและความรู้สึกเช่นนั้น สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี ทรงเป็นเจ้านายพระองค์หนึ่งที่ทรงประสบกับภาวะการณ์ “ขึ้น” และ “ตก” อันเนื่องมาจากการที่ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระราชโอรสทรงดำรงตำแหน่ง “สยามมกุฎราชกุมาร” จึง “ขึ้น” ในฐานะที่ทรงเป็น พระราชมารดาองค์รัชทายาท และทรง “ตก” เพราะสมเด็จฯ …

อ่านเพิ่มเติม

น่ารักจริงๆ ในหลวงทรงหยอกพระราชินี ขณะทอดพระเนตรเห็นดอกไม้ป่า

247292

ครั้งหนึ่งขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จฯทรงเยี่ยมเยือนราษฎรยังพื้นที่แห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ในระหว่างที่ทั้งสองพระองค์กำลังทรงพระดำเนินอยู่นั้นเองสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทอดพระเนตรเห็นดอกไม้ป่าชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะแปลกตาทำให้พระองค์ทรงสนพระทัยยิ่ง จึงทรงกราบทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงชื่อของดอกไม้ดังกล่าว ด้วยพระอารมณ์ขันที่มีในพระราชหฤทัย “ในหลวง” โปรดให้เรียกชื่อดอกไม้นี้ว่า… “สิริฉงน” ที่มา: teenee

อ่านเพิ่มเติม