Home / ศาสนา – ศรัทธา (page 2)

ศาสนา – ศรัทธา

“ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร?

245559

“ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร? อาการของการ “ตาย” ที่คนอื่นได้ศึกษามาหรือเคยได้พูดคุย กับคนมีประสบการณ์ใกล้ตาย (near-death experience) นั้นเป็นเช่นไร คุณหัชชา ณ บางช้าง เคยค้นคว้าเรื่องนี้มาเขียนใน “ภาวะหลังตาย” และเล่าว่า “กระบวนการตาย” ในระยะต่าง ๆ นั้นเป็นเช่นไร ท่านบอกว่ามันมี 4 ขั้นตอนอย่างนี้ ๑. ระยะแรก เป็นระยะที่ธาตุดินเริ่มสลายตัว กลายเป็นน้ำ ผู้ตายจะรู้สึกอ่อนระโหย ไม่มีแรง การมองเห็นต่าง ๆ เริ่มเสื่อม มองอะไร ๆ ก็ไม่ชัด ทุกอย่างดูมัว ไปหมด ทุกอย่างที่เห็น เหมือนมองไปกลางถนน ขณะแดดจัดๆภาพต่างๆจะเต้นระยิบระยับ เต็มไปหมด ๒. ระยะที่น้ำจะกลายเป็นไฟ ช่วงนั้น น้ำในร่างกายเริ่มแห้งลง จะรู้สึก ชา ๆ ตื้อ ๆ เริ่มหมดความรู้สึก …

อ่านเพิ่มเติม

พุทธประวัตินอกกระแส (ในไทย): “สิทธัตถะ” เกิดในสังคมแบบชนเผ่า ไม่ได้ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์

13239301_887155354747191_5587446642969600433_n

ในโอกาสที่วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาด้วยเป็นวันวิสาขบูชา ซึ่งชาวไทยส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ และรัฐไทยก็ถือเอาศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติทั้งโดยพฤตินัย และนิตินัย (แม้จะยังมิได้ประกาศลงในรัฐธรรมนูญ) ผู้เขียนจึงอยากนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เพื่อให้สอดคล้องกับโอกาสสำคัญของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ตามประสบการณ์ของผู้เขียน การเรียนในหัวข้อพุทธประวัติ (ในระดับต่ำกว่าอุดมศึกษา) ในเมืองไทย ล้วนแต่มีเรื่องราวที่สอดคล้องกันไปในทิศทางเดียวกันว่า “สิทธัตถะ โคตมะ” เป็น พระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายาแห่งศากยวงศ์ อันเป็นราชสกุลวงศ์ที่ปกครองกรุงกบิลพัสดุ์มาช้านาน ฟังแล้วย่อมทำให้เข้าใจได้ว่า กรุงกบิลพัสดุ์ ปกครองด้วย “ระบอบกษัตริย์” ที่อำนาจปกครองตัดสินและสืบทอดกันด้วยชาติกำเนิด แต่เมื่อผู้เขียนลองไปอ่านพุทธประวัติในแหล่งข้อมูลจากต่างประเทศบางส่วนกลับให้คำอธิบายที่ต่างออกไป เช่น โดนัลด์ เอส. โลเปซ (Donald S. Lopez) ศาสตราจารย์ด้านพุทธศาสนาและธิเบตศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าวว่า นักวิชาการจำนวนหนึ่งเชื่อว่า ในช่วงปลายยุคพระเวท ผู้คนในลุ่มน้ำคงคาตอนใต้ของเนปาล ซึ่งรวมถึงกรุงกบิลพัสดุ์ น่าจะรวมตัวกันในลักษณะของสภาชนเผ่า ปกครองผ่านที่ประชุมผู้อาวุโส หรือผู้นำที่มาจากการลงคะแนนเสียง ส่วนปราสาทราชวังต่างๆที่ถูกบรรยายในคัมภีร์ทางพุทธศาสนาก็ไม่เหลือหลักฐานทางโบราณคดีมาถึงปัจจุบัน แม้ตระกูลศากยะได้รับการเล่าขานว่าพวกเขาถูกจัดอยู่ในวรรณะกษัตริย์ แต่ก็ไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่าลำดับชั้นทางสังคมของผู้คนในภูมิภาคนี้ได้หลอมรวมเข้ากับระบบวรรณะแบบอินเดียมากน้อยเพียงใด ด้าน ริชาร์ด เอฟ. กอมบริช (Richard F. Gombrich) นักอินเดียวิทยาและนักวิชาการด้านภาษาบาลี-สันสกฤต …

อ่านเพิ่มเติม

ดูไว้ ! การ ฆ่าตัวตาย ในชาตินี้ ต้อง ฆ่าตัวตายอีก 500 ชาติ ! เพิ่งสังวร

59-case-ud-9-copy

เวียนว่ายตายเกิด และ กฏแห่งกรรมมีจริง – กรรมจากการฆ่าตัวตาย จะต้องไปฆ่าตัวตายอีก ๕๐๐ ชาติ อัตวิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) บุญที่ได้จากการทำทาน รักษาศีล ยังช่วยเขามิได้ และบุญที่เขาจะรับได้ต้องเป็นบุญจากการปฏิบัติกรรมฐาน … ๑. ปาณาติบาต มีองค์ ๕ ๑. ปาโณ สัตว์นั้นมีชีวิต ๒. ปาณสญฺญิตา รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต ๓. วธกจิตฺตํ จิตคิดจะฆ่า ๔. อุปกฺกโม ทำความเพียรเพื่อฆ่า ๕. เตน มรณํ สัตว์ตายเพราะความเพียรนั้น “การ ฆ่าตัวตายถือว่า ไม่ล่วงกรรมบทเป็นปาณาติบาต เพราะการที่ฆ่าตัวเองตายนั้นย่อมไม่ครบองค์ห้า คือขาดข้อปาณสัญญุตา คือรู้ว่าสัตว์มีชีวิตนี่ แต่ไม่ได้มุ่งหมายเอาตัวเอง หมายเอาสัตว์อื่นๆ ที่นอกจากตนเท่านั้น ถาม – การฆ่าตัวตายถือเป็นปาณาติบาตหรือเปล่าคะ? การ ฆ่าตัวตายไม่ใช่ปาณาติบาต แต่เป็นอัตวินิบาต …

อ่านเพิ่มเติม

หลวงพ่อฤาษีลิงดำแนะทำทานยังไงให้ได้ผลเร็วที่สุด?

245242

ทำทานแบบไหนให้ได้ผลเร็วในชาติปัจจุบัน … หลวงพ่อฤๅษีลิงดำยืนยันทำได้จริง!!! ผู้ถาม: เวลามีคนมาขอทานหน้าบ้านเขามักจะขอโดยการร้องเพลงยาวๆฟังแล้วอดสงสารไม่ได้ค่ะแต่บางทีก็รำคาญต้องรีบบอกให้หยุดร้องให้สตางค์แล้วก็ให้เขาไปเร็วๆอย่างนี้จะเป็นอะไรไหมคะ…? หลวงพ่อ:ไม่เป็นไรหรอกหนูเมื่อสมัยบวชใหม่ๆหลวงพ่อปานบอกว่าถ้าจะให้ทานคนขอทานอย่าให้เขาพูดมากหมายความว่าพอมาถึงไม่ต้องให้ยกมือไหว้พูดขอถ้าเขาจะขอก็บอกไม่ต้องฉันให้แล้วฉันเต็มใจให้แล้วคือว่าเราจะให้ใครอย่าให้เขาพูดมากอย่าให้เสียเวลาให้เร็วๆที่สุดตั้งใจเป็นการสงเคราะห์จริงๆแล้วผลมันให้ในชาตินี้ฉันทดสอบมาแล้วเป็นความจริง … การให้ทานโดยไม่เตรียมการไว้ก่อนใครมาเราก็ได้เราให้ได้ถ้าทำอย่างนี้เสมอๆคนมาขอทานเราไม่ยอมให้พูดขอรีบควักเลยแล้วมันจะมีผลในชาตินี้คือสิ่งที่เราขัดข้องคิดว่าจะไม่ได้มันจะโผล่เราก็ให้เท่าที่จะให้ได้เขาไม่บังคับเรานี่พอทำไปไม่กี่ปีก็เริ่มให้ผลของที่มันจะได้มามันมีการคล่องตัวมากขึ้นแต่เวลาให้เราอย่าไปคิดถึงผลอันนี้นะต้องให้ด้วยการสงเคราะห์จริงๆคือตัดไปเลยมันได้เท่าไหร่ก็ช่างถ้าไปคิดว่าเราต้องให้เพื่อต้องการผลตอบแทนผลจะถูกตัดเพราะเป็นการให้ทานที่ประกอบด้วยความโลภ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “ธรรมของเรามิใช่เป็นเครื่องเนิ่นช้า… ต้องเร็วๆไวๆ” ที่มา: teenee

อ่านเพิ่มเติม

ภิกษุณีผู้ทุกข์ทรมานมากที่สุด

245168

“ปฏาจารา” พระสาวิการูปหนึ่ง เป็นธิดาของเศรษฐีในกรุงสาวัตถีเป็นหญิงรูปร่างงดงามและได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ครั้นนางมีอายุได้ 16 ปีได้หลงรักชายคนใช้ในบ้านของตนเอง ต่อมาบิดามารดาได้จัดเตรียมหาชายหนุ่มในชนชั้นเดียวกันมาแต่งงานด้วยนางจึงได้นัดแนะให้ชายคนใช้พาหนี แล้วไปสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยในชนบทอันทุรกันดารแห่งหนึ่ง ชีวิตเริ่มแรกของนางปฏาจารามีความสุขมาก เพราะได้อยู่ใกล้ชิดกับชายคนรัก เวลาผ่านไปไม่นาน นางปฏาจาราตั้งครรภ์ ครั้นถึงเวลาใกล้คลอดนางมีความกังวลใจ เพราะไม่มีบิดามารดาและญาติอยู่ใกล้ชิด นางจึงขอร้องให้สามีพากลับไปหาบิดามารดา สามีปฏิเสธคำขอร้อง เพราะกลัวเกรงบิดามารดาของนางจะเอาโทษ นางจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพียงลำพัง นางได้คลอดบุตรคนแรกในระหว่างทางเมื่อสามีตามไปพบ เขาได้ชี้แจงเหตุผลต่างๆ จนพานางกลับบ้านสำเร็จ เวลาต่อมา นางได้ตั้งครรภ์อีกเป็นครั้งที่สองและได้ขอร้องสามีเหมือนครั้งก่อน แต่สามีปฏิเสธคำขอร้องเช่นนั้นอีกนางจึงพาบุตรน้อยผู้กำลังหัดเดินหนีออกจากบ้าน ในระหว่างทางนางปวดท้องอย่างรุนแรง เพราะกำลังจะคลอดบุตรฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก สามีตามไปพบนางดิ้นทุรนทุรายอยู่ท่ามกลางสายฝนจึงไปตัดไม้เพื่อนำมาทำที่กำบังฝนชั่วคราว แต่เขาถูกงูพิษกัดถึงแก่ความตาย นางปฏาจาราคลอดบุตรด้วยความยากลำบาก แล้วนางอุ้มทารกและจูงบุตรน้อยตามไปพบศพของสามีจึงมีความเศร้าโศกเสียใจมาก นางตัดสินใจจะพาบุตรไปหาบิดามารดาในเมือง เมื่อนางมาถึงลำธารใหญ่ที่น้ำกำลังไหลเชี่ยวนางไม่อาจจะพาบุตรข้ามน้ำพร้อมกันได้ จึงให้บุตรคนโตยืนรอที่ฝั่งข้างหนึ่งแล้วอุ้มทารกแรกเกิดเดินข้ามน้ำไปอีกฝั่งหนึ่ง และวางทารกน้อยไว้ที่อันเหมาะสม ขณะเดินข้ามน้ำมาถึงกลางน้ำ เพื่อรับบุตรคนโตนางเห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งกำลังบินโฉบลงเพื่อจิกทารก เพราะมันเข้าใจว่าเป็นก้อนเนื้อนางจึงยกมือขึ้นไล่เหยี่ยว แต่ไม่อาจช่วยชีวิตทารกน้อยได้ เพราะเหยี่ยวมองไม่เห็นอาการของนางที่ขับไล่จึงเฉี่ยวทารกน้อยของนางไป บุตรคนโตมองเห็นนางยกมือขึ้นทั้งสองข้าง ก็เข้าใจว่ามารดาเรียกตนจึงก้าวลงสู่แม่น้ำอันเชี่ยวและถูกน้ำพัดพาหายไป นางปฏาจาราได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในเวลาใกล้กัน แต่นางยังตั้งสติได้นางเดินร้องไห้เข้าไปสู่เมืองสาวัตถีและได้ทราบข่าวจากชาวเมืองคนหนึ่งในระหว่างทางว่าลมและฝนได้พัดเรือนบิดามารดาของนางพังทลาย และเจ้าของบ้านก็ตายไปด้วย     ครั้นเมื่อนางทราบช่าวเช่นนี้ ก็ไม่อาจตั้งสติได้ นางสลัดผ้านุ่งทิ้งแล้ววิ่งบ่นเพ้อด้วยร่างกายอันเปลือยเปล่า เข้าไปวัดพระเชตวันมหาวิหารขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังทรงแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางบริษัทประชาชนเห็นนางแล้วร้องบอกกันว่าคนบ้าๆ …

อ่านเพิ่มเติม

ว่าด้วยเรื่อง คนดี และ คนไม่ดี

659780

  คนดีคนหนึ่งย่อมสามารถใช้ความดีของเขาให้เป็นประโยชน์ ให้เป็นความดีงาม เป็นความเจริญรุ่งเรืองแก่สถาบันของไทยได้ ตรงกันข้ามกับคนไม่ดีสักคนหนึ่งที่ย่อมใช้ความชั่ว ความเห็นแก่ตัว ความมุ่งร้ายทำลายคนที่มีความน่าริษยา เพราะความดีงามด้วยชื่อเสียงเกียรติยศยิ่งกว่า ความไม่ดีในความหมายของชื่อที่เรียกขานก็แตกต่างกันกับคำว่าคนดี นิสัยใจคอ ความประพฤติปฏิบัติก็ย่อมแตกต่างกันด้วยเป็นธรรมดา คนดี คือ คนที่ทำความดีเต็มสติปัญญาความสามารถ คนไม่ดี คือ คนที่ทำความไม่ดีอยู่อย่างเต็มสติปัญญาความสามารถเช่นกัน คนไม่ดียากที่จะส่งเสริมคนดี มีแต่จะทำลายด้วยความอิจฉาริษยา แต่คนดีที่มีจิตใจอ่อนเป็นพื้นฐานสำคัญอยู่ จึงง่ายต่อการที่จะใจอ่อนเข้าร่วมส่งเสริมคนไม่ดี ทำให้เหมือนดังคนดีได้กลายเป็นคนไม่ดีไปด้วย ซึ่งที่จริงไม่ใช่เช่นนั้น คนดีก็คือคนดี ที่มีความดี ที่มุ่งทำความดี แต่อย่างว่าคนดีมักมีความอ่อนเป็นพื้นนิสัย คือพื้นของจิตใจอ่อนไหวต่อการแสดงออกซึ่งน้ำใจ จะเมตตาไปโดยไม่รู้ความควรไม่ควร หรือโดยไม่รู้ความถูกความผิดที่แท้จริง ทำบุญจึงเหมือนทำบาปเช่นนี้ปรากฎให้เห็นอยู่ ยิ่งเป็นคนดีเพียงไรอันตรายจากความอ่อนของจิตใจก็ยิ่งมากเพียงนั้น ขอให้รอบคอบให้อย่างยิ่งในจิตใจของตนเองที่รู้ตัวว่าเป็นคนดีที่อ่อนโยนยิ่งนักเถิด   สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก   ที่มา: teenee

อ่านเพิ่มเติม

มีกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะกรรมดีหรือกรรมชั่ว ถ้าไม่มีกรรม ร่วมกันมา “สามีภรรยา” ไม่อาจอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันได้!!

57314

  คัมภีร์กฎแห่งกรรม 3 ชาติ ได้บันทึกไว้ว่า “สามีภรรยา” มีกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะกรรมดี หรือกรรมชั่ว ถ้าไม่มีกรรม ร่วมกันมา ก็ไม่อาจอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันได้ “บุตรธิดา” คือ หนี้ ไม่ว่าจะเป็นทวงหนี้ หรือชดใช้หนี้ ไม่มีหนี้ ไม่มาเกิดเป็น พ่อ แม่ ลูกกัน” ดังนั้น สามีภรรยา ที่มีกรรมดีร่วมกันมา ย่อมสมานสามัคคี รักใคร่กลมเกลียว ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร ส่วนสามีภรรยา ที่มีกรรมชั่ว ร่วมกัน มาแต่อดีตชาติ ย่อม ทะเลาะเบาะแว้ง บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่อาจอยู่ร่วมกัน จนวันตาย ส่วน ” บุตรธิดา ” ที่มาทวงหนี้ เป็นลูกที่ไม่เอาไหน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจไม่ วายเว้น ” บุตรธิดา ” …

อ่านเพิ่มเติม

หลวงพ่อฤาษีลิงดำมีคำตอบ! ทำไมบางคนตายไปเป็นสัมภเวสี

64787

หลวงพ่อฤาษีลิงดำมีคำตอบ! ทำไมบางคนตายไปเป็น”สัมภเวสี” แล้วทำบุญอย่างไร “สัมภเวสี”จึงได้รับ! บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน พี่น้องทำไมอายุสั้น ผู้ถาม :: กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง กระผมแปลกใจมาก พี่ ๆ น้อง ๆ ทำไมอายุสั้นพลันตายกันเหลือเกิน ไม่เห็นจะตายครบกำหนดอายุขัย แต่นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือว่า การทำบุญอุทิศให้คนที่ตายก่อนอายุขัย ประเภทอุปฆาตกรรมอย่างนี้ จะถึงมีผลแก่ผู้ตายหรือเปล่าครับ? หลวงพ่อ :: ความจริงคนที่ตายก่อนอายุขัย จะบอกให้ทราบนะ เอาอย่างนี้ก่อน คนที่ตายตามอายุขัย ตายปุ๊บจะต้องตายไปตามกำลังบุญ และกำลังบาป ถ้าเวลานั้นคบบาป ไปตามบาปทันที ถ้าคบบุญ ไปตามบุญทันที และบาปจะไปนรกก็ไม่ได้ ไปสวรรค์ก็ไม่ได้ ที่เขาเรียกว่า “สัมภเวสี” สัมภเวสีนี่ ถ้าหากว่าญาติฉลาด ทำบุญถวายสังฆทานหรืออะไรก็ตาม เจาะจงให้แต่ผู้เดียว อย่าเผื่อคนอื่น อย่างนี้จะได้รับทันที เป็นผีที่มีความสุข แล้วก็คนนั้น ถ้าถึงวาระอายุขัยจะไม่ไปนรกแล้ว ไปสวรรค์ก่อน ตามกำลังบุญ   หลวงพ่อวัดท่าซุงตอบปัญหาธรรม โดย หลวงพ่อฤๅษีฯ …

อ่านเพิ่มเติม

เมื่อเทวดาเปิดใจกับหลวงปู่มั่นว่ารู้สึกยังไงกับมนุษย์?!!และนี่คือคำตอบ!!

786523

ครั้งหนึ่ง เมื่อพวกเทวดามาเยี่ยมหลวงปู่มั่นเพื่อฟังเทศน์ หัวหน้าเทวดาองค์หนึ่งพูดกับท่านว่า “ท่านมาพักอยู่ที่นี่ทำให้พวกเทวดาสบายใจไปทั่วกัน  เทวดามีความสุขมากผิดปกติเพราะกระแสเมตตาธรรมท่านแผ่กระจายครอบท้องฟ้าอากาศและแผ่นดินไปหมด  กระแสเมตตาธรรมของท่านเป็นกระแสที่บอกไม่ถูกและอัศจรรย์มาก  ไม่มีอะไรเหมือนเลย” หัวหน้าเทวดาพูดต่อไปว่า “ฉะนั้น ท่านพักอยู่ที่ไหน พวกเทวดาต้องทราบกันจากกระแสธรรมที่แผ่ออกจากองค์ท่านไปทุกทิศทุกทาง  แม้เวลาท่านแสดงธรรมแก่พระเณรและประชาชน กระแสเสียงของท่านก็สะเทือนไปหมดทั้งเบื้องบนเบื้องล่าง ไม่มีขอบเขต  ใครอยู่ที่ไหนก็ได้เห็นได้ยิน  นอกจากคนตายแล้วเท่านั้นที่จะไม่ได้ยิน” ตอนนี้…จะได้เชิญอาราธนาคำพูดสนทนากันระหว่างหลวงปู่มั่นกับหัวหน้าเทวดามาลงอีกเล็กน้อย  ส่วนจะจริงหรือเท็จก็เขียนตามที่ได้ยินได้ฟังมา หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่มั่นย้อนถามหัวหน้าเทวดาบ้างว่า “ก็มนุษย์ไม่เห็นได้ยินกันบ้าง…ถ้าว่าเสียงเทศน์สะเทือนไปไกลดังที่ว่านั้น” หัวหน้าเทวดารีบตอบทันทีว่า “ก็มนุษย์เขาจะรู้เรื่องอะไรและสนใจกับศีลกับธรรมอะไรกันท่าน!  ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจของเขา เขาเอาไปใช้ในทางบาปทางกรรมและขนนรกมาทับถมตัวตลอดเวลา  นับแต่วันที่เขาเกิดมาจนกระทั่งเขาตายไป เขามิได้สนใจกับศีลกับธรรมอะไรเท่าที่ควรแก่ภูมิของตนหรอกท่าน  มีน้อยเต็มที…ผู้ที่สนใจจะนำตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจ ไปทำประโยชน์คือศีลธรรม  ชีวิตเขาก็น้อยนิดเดียว  ถ้าเทียบกันแล้ว มนุษย์ตายคนละกี่สิบกี่ร้อยครั้ง เทวดาที่อยู่ภาคพื้นแม้เพียงรายหนึ่งก็ยังไม่ตายกันเลย  ไม่ต้องพูดถึงเทวดาบนสวรรค์ชั้นพรหมซึ่งมีอายุยืนนานกันเลย มนุษย์จำนวนมากมีความประมาทมาก  ที่มีความไม่ประมาทมีน้อยเต็มที  มนุษย์เองเป็นผู้รักษาศาสนา แต่แล้วมนุษย์เสียเองไม่รู้จักศาสนา ไม่รู้จักศีลธรรม ซึ่งเป็นของดีเยี่ยม  มนุษย์คนใดชั่วก็ยิ่งรู้จักแต่จะทำชั่วถ่ายเดียว  เขายังแต่ลมหายใจเท่านั้นพอเป็นมนุษย์อยู่กับโลกเขา  พอลมหายใจขาดไปเท่านั้น เขาก็จมไปกับความชั่วของเขาทันทีแล้ว เทวดาก็ได้ยิน… ทำไมจะไม่ได้ยิน… ปิดไม่อยู่! เวลามนุษย์ตายแล้วนิมนต์พระท่านมาสาธยายธรรม ‘กุสลา …

อ่านเพิ่มเติม

“น้ำมนต์” ศักดิ์สิทธิ์จริง…หรือแค่ที่พึ่งพิงทางใจ?

68330

“น้ำมนต์” เป็นสิ่งที่มีแพร่หลายอยู่ในหลายศาสนา เช่น ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาพุทธ ในศาสนาพราหมณ์มีความเชื่อเรื่องแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เช่น แม่น้ำคงคา ซึ่งเชื่อกันว่าไหลมาจากสวรรค์ผ่านเศียรของพระศิวะ (ช่วยให้กระแสน้ำอ่อนลง มิเช่นนั้นก็จะท่วมโลก) จึงกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ล้างบาปได้ อาบแล้วทำให้เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ในศาสนาพุทธ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่น้ำมนต์ หากแต่อยู่ที่คุณงามความดี  อีกทั้งเรื่องของน้ำมนต์ก็ไม่ใช่หลักคำสอนของพุทธศาสนาโดยตรง เพราะประวัติความเป็นมาของการทำน้ำมนต์นั้นมีปรากฏอยู่ในคัมภีร์พุทธศาสนายุคหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน เช่น รตนสูตร การอาราธนาพระสงฆ์ให้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่คนในบ้านและบ้านเรือนในพิธีต่างๆ นั้น เดิมทีมีจุดประสงค์เพื่อความเป็นสิริมงคลและขจัดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาให้หมดไป  ต่อมาเมื่อมีคนรู้สึกว่าเหตุการณ์ในชีวิตไม่ราบรื่นหรือมีอะไรไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นก็มักจะไปให้พระช่วยรดน้ำมนต์ให้ ทำให้เกิดความสบายใจ ซึ่งในทางจิตวิทยาถือว่ามีผลที่เป็นด้านบวกต่อจิตใจ อาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ อธิบายว่า  หลักฐานเกี่ยวกับเรื่องน้ำมนต์ของพุทธศาสนามีปรากฏในคัมภีร์ชั้นอรรถกถาที่แต่งภายหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วประมาณ ๑,๐๐๐ ปี  ส่วนในพระไตรปิฎกนั้นไม่มีคำสอนเรื่องการทำและใช้น้ำพุทธมนต์ ส่วนประเด็นที่ว่าน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่นั้น อาจารย์สุชีพอธิบายว่า  พุทธศาสนาได้รับเอาคติเรื่องการอาบน้ำล้างบาปในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์แบบศาสนาพราหมณ์มาใช้  แต่ไม่ใช่ลงไปอาบในแม่น้ำเหมือนพราหมณ์ หากแต่เอาน้ำมาใส่บาตรหรือหม้อน้ำมนต์ แล้วอาราธนาพระให้เจริญพุทธมนต์เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ สามารถป้องกันอันตรายต่างๆ ได้  แต่ถึงอย่างนั้น น้ำมนต์ก็ไม่สามารถทำให้คนดีหรือชั่วได้ เพราะดีชั่วเป็นเรื่องของกรรม  น้ำมนต์จะช่วยได้ก็เฉพาะเรื่องของจิตใจ คือช่วยให้ปลอดโปร่งสบายใจอันเป็นผลทางจิตวิทยา การทำน้ำมนต์แบบดั้งเดิมนั้นเป็นพิธีกรรมของศาสนาพราหมณ์และเป็นส่วนหนึ่งของการสวดพระปริตร  พุทธศาสนารับเอาแนวคิดเรื่องพระปริตรมาจากศาสนาพราหมณ์ซึ่งอยู่ในคัมภีร์อถรรพเวท …

อ่านเพิ่มเติม