Home / ความรู้ – สุขภาพ (page 2)

ความรู้ – สุขภาพ

อ่านจบแล้วกระจ่างเลย!! 10 สาเหตุที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง เพราะแบบนี้นี่เอง

81

หากคุณสังเกตเห็นว่าผมของตัวเองร่วง อย่าเพิ่งเป็นกังวลไป สาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วงอาจเป็นสาเหตุที่เรียบง่ายและไม่สำคัญเอาซะเลย อย่างเช่นการขาดวิตามินจากปัจจัยที่สืบทอดมา อ่านสาเหตุของอาการผมร่วงต่อไปนี้ ซึ่งมันอาจจะไม่ทำให้คุณระคายใจอย่างที่เคยเป็น 1.ความเครียด ความเจ็บปวดทางร่างกายและทางอารมณ์ทุกชนิดสามารถเป็นสาเหตุทำให้เกิดผมร่วงได้ หรือแม้แต่อุบัติเหตุทางรถยนต์ การผ่าตัด หรืออาการหวัดอย่างง่ายๆก็สามารถเป็นสาเหตุทำให้เกิดผมร่วงได้ทั้งสิ้น ความตึงเครียดทางอารมณ์ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผมร่วง แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้หากคุณสูญเสียคนใกล้ชิดไป หลังจากเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ผมของคุณจะเริ่มกลับมางอกใหม่อีกครั้งภายใน 6 เดือน 2.ฮอร์โมน ผมร่วงสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงที่ถึงวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นหลังจากที่คุณเริ่มต้นคุมกำเนิด หรือเนื่องจากการหยุดการคุมกำเนิดในทันทีทันใด 3.ขาดโปรตีน การขาดโปรตีนสามารถเป็นสาเหตุให้เส้นผมเติบโตช้า หรือแม้กระทั่งเป็นสาเหตุให้ผมร่วงอย่างรุนแรงมากยิ่งกว่าเดิม 4.การตั้งครรภ์ การต้องครรภ์ถือเป็นความตึงเครียดทางร่างกายอย่างหนึ่ง และมันยังเปลี่ยนระดับฮอร์โมนของคุณอีกด้วย ผมร่วงมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำหลังจากการให้กำเนิดลูก 5.กรรมพันธุ์ หากพ่อหรือแม่ของคุณมีอาการผมร่วงในบางช่วงเวลา เป็นไปได้อย่างมากว่าอาการนั้นจะเกิดขึ้นกับคุณด้วย ซึ่งอาการนี้ไม่สามารถมีใบสั่งยาใดสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่คุณสามารถบำรุงผมของคุณได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ 6.ความเป็นชาย ชายหลายคนจะมีอาการผมร่วงตอนอายุประมาณ 60 ปี อาการที่เกิดขึ้นนี้ ต้อง “ขอบคุณ” รหัสพันธุกรรม 7.โรคโลหิตจาง โรคโลหิตจางเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดธาตุเหล็กในเลือด หลายคนประสบปัญหานี้ โชคดีที่สิ่งที่ คุณต้องทำเพื่อที่จะจัดการกับมันคือการรับประทานธาตุเหล็กผ่านอาหาร หรือทานเป็นอาหารเสริม 8.ได้รับวิตามินเอมากเกินไป เนื่องจากการสะสมของวิตามินเอในร่างกาย …

อ่านเพิ่มเติม

ว่าด้วยเรื่องของน้ำพระบุพโพ (น้ำเหลืองจากพระศพ)

246640

เรื่องของพระบุพโพ หรือ น้ำเหลืองจากพระบรมศพ หรือพระศพ  เป็นเรื่องราวเฉพาะกับพระศพ ที่ประทับในพระโกศเท่านั้น โดยเรื่องของพระบุพโพจะเกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระศพลงประทับยังพระโกศ แล้วนำเสด็จพระโกศขึ้นตั้งบนพระแท่นเบญจดล หรือพระแท่นแว่นฟ้าตามแต่ยศของพระศพนั้นๆ พระแท่นนี้มีลักษณะเป็นเครื่องไม้ปิดทองประดับกระจกสีลดหลั่นลงมา ด้านล่างสุดของพระแท่นนี้จะมีถ้ำพระบุพโพ ( ภาชนะเก็บน้ำเหลืองและของเสียจากพระศพ ) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นไหดินเผามีท่อลักษณะเป็นไม้ไผ่เจาะปล่องให้เป็นรูยาวเหมือนท่อส่งพระบุพโพจากฐานพระโกศลงมาแล้วยารอยต่อระหว่างปากไหกับท่อ หรือปากท่อกับพระโกศด้วยขี้ผึ้ง (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นไหเซรามิก และท่อพลาสติกแล้ว) เมื่อพระบุพโพไหลลงมาจนเต็มไหเจ้าพนักงานก็จะเปลี่ยนไหใบใหม่แทน เรื่องถ้ำพระบุพโพนี้ยังปรากฏเรื่องราวตอนหนึ่งในงานพระบรมศพ พระบรมวงศ์ศานุวงศ์พระองค์หนึ่งเพราะในอดีตนั้นเรื่องของบุพโพเป็นเรื่องหนักใจของของคนในอดีตที่ยังไม่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพราะพระบุพโพมักจะส่งกลิ่นรบกวนในเวลาที่มีสวดบำเพ็ญพระราชกุศล ทำให้เจ้าพนักงานต้องสุมเครื่องไม้สมุนไพรหอมดับกลิ่นกันอยู่เสมอ เพราะต่างก็กลัวว่ากลิ่นจะแรงเกินไปเกรงจะเสื่อมเสียต่อพระเกียรติยศของเจ้านายในพระโกศ จึงนำความกราบบังคมทูลลงความเห็นกันว่าให้เจาะพื้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อประดิษฐานถ้ำบุพโพไว้ลึกๆ เพื่อที่จะได้ไม่มีกลิ่นมารบกวนงานพระราชพิธี ในส่วนของการจัดการพระบุพโพขั้นต่อไปนั้นคือ ก่อนถึงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง หรือพระราชทานเพลิง เจ้าพนักงานก็จะขึ้นไปยังพระแท่นฯ ทำการเปลื้องเครื่องพระโกศทองออก ( ที่เห็นเป็นโกศลองนอกประดับอัญมณี ) ให้เหลือเพียงพระโกศลองใน ( ที่เห็นเป็นโกศโลหะสีทองไม่ประดับอัญมณี ) จากนั้นก็อัญเชิญพระโกศลองในที่ทรงพระศพอยู่ลงมา จากนั้นอัญเชิญพระศพออกมาทำการเปลี่ยนผ้าห่อพระศพผืนใหม่ถวาย ส่วนพระบุพโพนั้นก็เชิญมาเคี่ยวในกระทะใบบัวใส่เครื่องไม้สมุนไพรหอมเคี่ยวให้แห้งแล้วห่อด้วยผ้าขาวอีกครั้ง จากนั้นก็นำทั้งพระบุพโพที่ผ่านการเคี่ยว และผ้าห่อพระศพผืนเก่าเข้าไปในหีบไม้ที่มีลักษณะเป็นหีบสี่เหลี่ยมจัตุรัสทาสีทอง หรือสีขาวแล้วอัญเชิญไปพระราชทานเพลิงที่เมรุผ้าขาว ( เมรุขนาดเล็กทาสีขาวสร้างขึ้นเฉพาะงาน ) ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาพระราชทานเพลิงที่เมรุหลวงฯวัดเทพศิรินทราวาส เป็นอันสิ้นสุดเรื่องของพระบุพโพ …

อ่านเพิ่มเติม

4 สูตรสมุนไพร ช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตา ชะลอรอยตีนกา และริ้วรอยรอบดวงตา

92

4 สูตรสมุนไพร ช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตา ชะลอรอยตีนกา และริ้วรอยรอบดวงตา คุณๆ ผู้หญิงวัยกลางคนเคยส่องกระจกมองตัวเอง แล้วต้องร้องยี้กับร่องรอยตีนกาเป็นริ้วๆ บริเวณหางตา ไม่ดีแน่หากปล่อยให้ร่องรอยเกิดขึ้นโดยง่าย เรามีวิธีชะลอรอยตีนกา…ให้มาเยือนคุณช้าลงได้ ริ้วรอยรอบดวงตา หรือมีตีนกามากมายก่อนวัยอันควรนั้นเป็นเพราะไม่ได้ถนอมผิวงส่วนนี้สักเท่าไร รอบดวงตานั้นบอบบาง ทำให้เกิดริ้วรอยและรอยย่นได้ง่าย โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งหน้าเป็นประจำต้องระวังผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบริเวณดวงตาเมื่อใช้แล้วอาจมีสารตกค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ดวงตาคุณเกิดริ้วรอย นอกจากนี้การตากแดดมากเกินไป กินอาหารไม่ถูกต้อง การสูบบุหรี่ ความเครียด และวัยที่เพิ่มขึ้นย่อมเป็นสาเหตุสำคัณของการเกิดริ้วรอยรอบดวงตา วิธีฟื้นฟูผิวรอบดวงตาด้วยสมุนไพร สูตรที่ 1ใช้มะขามเปียก 1 กำมือ เอารกออกแล้วล้างน้ำให้สะอาด ผสมกับนมสด 2 ช้อนโต๊ะ ขยำให้เข้ากัน(ถ้าข้นให้เติมน้ำลงไป) นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง หลังจากนั้นเติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนใให้เข้ากัน แล้วนำครีมมะขามที่ได้มาทาให้ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหางตาทาให้นานหน่อย ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที จึงล้างออก ครีมมะขามสูตรนี้สามารถเก็บใส่ภาชนะที่สะอาดแล้วเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 1 เดือน สูตรที่ 2 ให้ใช้ถุงชา(ชาฝรั่ง) ที่ชงแล้วและยังหมาดๆ …

อ่านเพิ่มเติม

การแต่งตัวสำหรับผู้หญิงเพื่อไปถวายบังคมพระบรมศพ ที่ถูกต้อง และ เหมาะสม

1132942

เนื่องจากได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคม พระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 15 วัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2559 เวลา 13.00 น. เราเลยจะขอแจกแจงให้ดูว่า ผู้หญิงที่จะไปถวายบังคมพระบรมศพจะต้องแต่งตัวยังไง โดยเครื่องแต่งกายที่ถูกต้อง หรือบังคับสำหรับดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงจะต้องแต่งชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยที่เป็นเสื้อแขนกระบอกนุ่งกับผ้าซิ่น ผู้แต่งไม่ต้องประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์   ภาพจาก Phahurat.com   และสำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการเข้าถวายบังคมพระบรมศพควรแต่งดังนี้ 1. ต้องแต่งกายด้วยชุดดำ เสื้อดำและประโปรงดำทั้งชุด 2. กระโปรงที่ใส่จะต้องมีความยาวคลุมเข่าลงไปเท่านั้น 3. สามารถใส่เดรสได้ แต่ความยาวของเดรสจะต้องคลุมเข่าเช่นกัน 4. กระโปรงที่สวมนอกจากจะต้องคลุมเข่าแล้ว ห้ามมีลวดลาย หรือเป็นกระโปรงหนังเงาสะท้อนแสง 5. เสื้อที่สวมไม่ควรสวมเสื้อคอลึก ปาดไหล่ 6. ไม่ควรสวมเสื้อสั้นๆ เอวลอย ไม่สุภาพ 7. …

อ่านเพิ่มเติม

ผักแพว สุดยอดสมุนไพรพื้นบ้าน กินช่วยชะลอวัย ต้านมะเร็ง ฯลฯ

001

ผักแพว หรือ ผักไผ่ (Vietnamese Mint) ซึ่งเป็นชื่อเรียกทางภาคเหนือ จัดเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีลำต้นสีแดงจนบางครั้งอาจเรียกว่า “ผักแพวแดง” พืชชนิดนี้ชอบเจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ โดยมักขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ส่วนใหญ่พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เพราะเกิดได้เองตามธรรมชาติ คุณค่าทางโภชนาการอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญในปริมาณที่สูงมากกว่าพืชผักชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และธาตุเหล็ก อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในเลือด เหมาะเป็นผักสมุนไพรลดความอ้วนได้โดยไม่ขาดสารอาหาร สามารถช่วยบำรุงและรักษาสายตา ทั้งยังช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง และที่สำคัญนั้นจะช่วยในการขับถ่าย ป้องกันและแก้อาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะเป็นผักที่มีไฟเบอร์สูงถึง 9.7 กรัม ซึ่งจัดอยู่ในผักที่มีเส้นในอาหารมากที่สุด 10 อันดับของผักพื้นบ้านไทย ชื่อสมุนไพร : ผักแพว ชื่อเรียกอื่นๆ : ผักแพ้ว, ผักไผ่, ผักแพรว, ผักแจว, พริกบ้า, พริกม้า (พริกม่า), จันทร์โฉม, จันทร์แดง และหอมจันทร์   ที่มา:rak-sukapap

อ่านเพิ่มเติม

ตดเหม็นทำอย่างไรดี! นักวิทย์มีคำตอบให้คุณแล้ว

246316

เมื่อเร็วๆนี้ มีข่าวหนึ่งที่น่ายินดีและได้รับความสนใจไม่น้อยกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ก็คือนักวิทยาศาสตร์สามารถแก้ไขปัญหา “ผายลมเหม็น” ได้สำเร็จแล้ว   New Scientist รายงานว่า กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ด้านระบบทางเดินทางอาหารที่นำโดยเหยาฉู่ ของมหาวิทยาลัยโมนาช (Monash University) ในออสเตรเลีย ได้แบ่งการผายลมเป็นสองแบบ คือแบบที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ กับอีกแบบที่เงียบแต่เป็นอันตรายถึงชีวิต ถึงแม้การผายลมจะไม่ใช่ปัญหารุนแรงที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่เป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้ทุกคนพึงพอใจอย่างแน่นอน รายงานระบุว่า การผายลมเกิดขึ้นด้วยสองสาเหตุ ได้แก่ แก๊สไร้สีไร้กลิ่นจากภายนอกที่ร่างกายดูดซึม และแก๊สที่เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ทำปฏิกิริยากับอาหาร ซึ่งแก๊สอย่างหลังคือองค์ประกอบหลักของไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือที่เรียกกันว่าเป็นแก๊สไข่เน่า   อย่างไรก็ตาม งานวิจัยของเหยาฉู่ และทีมนักวิทยาศาสตร์นั้นค้นพบว่า ระดับแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ปรับเปลี่ยนไปตามอาหารที่เรากินเข้าไป โดยนักวิทยาศาสตร์ได้นำอุจจาระของคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 7 คนมาตรวจสอบ และพบว่าหลังจากผสมอุจจาระกับกรดอะมิโนซีสเทอีน (Cysteine) ทำให้แบคทีเรียในลำไส้ทำปฏิกิริยากับอาหารมากกว่าเดิมถึง 7 เท่า ซึ่งกรดอะมิโนซีสเทอีนนี้เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ นม และโปรตีนอื่นๆ แต่ถ้าหากผสมอุจจาระกับคาร์โบไฮเดรต กลับทำให้อัตราของแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ปล่อยออกมามีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งไฮโดรเจนซัลไฟด์เหล่านี้ไม่ถูกย่อยจนหมดเมื่อผ่านลำไส้เล็ก และจะถูกหมักเก็บไปผสมกับแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ต่อไป   อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ประกอบไปด้วยแป้งทนย่อยต่อเอนไซม์ …

อ่านเพิ่มเติม

5 ความเชื่อผิดๆ ขืนทำต่อไป ผู้หญิงท้องแน่นอน

246365

ความเข้าใจผิด : มีอะไรกันครั้งแรก ผู้หญิงยากที่จะท้อง ผู้หญิงมีโอกาสตั้งท้องได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรือครั้งที่สิบ แต่บางคนเข้าใจผิดว่า “เยื่อพรหมจรรย์” จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้หญิงตั้งท้องได้ แต่ความจริงก็คือ เยื่อพรหมจรรย์ไม่อาจปิดกั้นเชื้ออสุจิให้เดินทางไปถึงไข่ได้อย่างแน่นอน เพราะเยื่อพรหมจรรย์ไม่ได้ปิดคลุมคอมดลูกทั้งหมด นอกจากนั้น เยื่อพรหมจรรย์ยังสามารถฉีกขาดจากการทำกิจกรรมอื่นด้วย อย่างเช่น การเล่นกีฬา   ความเข้าใจผิด :ถ้าปล่อยข้างนอก ผู้หญิงก็จะไม่ท้อง การดึงอวัยวะเพศชายออกจากช่องคลอด ก่อนการหลั่ง จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้เพียง 81 – 96% เท่านั้น และถึงแม้จะยังไม่มีการหลั่งเกิดขึ้น แต่ระหว่างที่แข็งตัว อวัยวะเพศชายจะผลิตของเหลว ซึ่งประกอบไปด้วยเชื้ออสุจิขึ้นมาแล้ว และสามารถทำให้ตั้งท้องได้เช่นเดียวกัน ความเข้าใจผิด : ถ้าผ่าไฟแดง ผู้หญิงก็จะไม่ท้อง การตั้งท้องย่อมเกิดขึ้นได้ แม้จะมีอะไรกันในช่วงที่มีประจำเดือน โดยเฉพาะวัยที่รอบเดือนยังมาไม่ปกติ หรือไม่ได้มาตรงเวลาทุกเดือน ผู้หญิงบางคนอาจมีการตกไข่ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการมีประจำเดือน คือ ก่อนหรือหลังประจำเดือนเพียงไม่กี่วัน และเชื้ออสุจิสามารถอยู่ในร่างกายของผู้หญิงได้นานถึง 3 วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นหากมีการตกไข่เกิดขึ้นระหว่างนี้ ก็ย่อมจะทำให้ตั้งท้องได้   …

อ่านเพิ่มเติม

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายหลังจากที่คุณตายแล้ว

245598

มนุษย์ทุกคนจะต้องตายเมื่อถึงวาระหนึ่ง แต่จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ หากคุณกลัว แต่ก็ช่วยไม่ได้ นี่คือกระบวนการทางธรรมชาติที่จะต้องเป็นไป หลังจากที่หัวใจของคุณหยุดเต้น ร่างกายจะเราจะเริ่มย่อยสลายตัวเองอย่างช้าๆ (โดยไม่มีขั้นตอนของการเก็บรักษาเช่น การดองศพหรือการทำมัมมี่) มันเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ในระดับเซลล์ ต่อด้วยแบคทีเรีย สัตว์ ไปจนถึงการย่อยอวัยวะและเนื้อเยื่อของตัวเอง และนี่คือกระบวนการทั้งหมดของการย่อยสลายหลังความตาย 1. สมองจะหยุดการทำงาน 2. อุณหภูมิร่างกายจะลดลง 1.6 °F (โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 1 °C) ต่อชั่วโมงจนกว่าจะมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิโดยรอบ 3. เซลล์ในร่างกายจะเริ่มตาย จากการขาดออกซิเจน และเริ่มเสื่อมสภาพและสลายตัว เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเน่าสลาย (process of putrefaction) 4. แคลเซียมไอออนจะไหลไปอยู่ที่เซลล์กล้ามเนื้อมากขึ้น แต่ร่างกายไม่มีพลังงาน (ATP) ในการนำแคลเซียมไอออนผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ออกไปได้ จึงเกิดการรวมตัวของเส้นใยโปรตีนกับกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดสภาพแข็งทื่อหรือที่เรียกว่า Rigor mortis ซึ่งใช้เวลาประมาณ 36 ชั่วโมงก่อนที่สภาพศพจะกลับมาอ่อนตัวเช่นเดิม 5. เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวลงแล้ว ร่างกายจะปล่อยของเสียพวกอุจจาระและปัสสาวะออกมา 6. ผิวหนังของคุณจะเริ่มหดตัว …

อ่านเพิ่มเติม

ตำนานพญานาคถล่มเมือง กำเนิดหนองหาน ตำนานผาแดงนางไอ่

245516

อดีตรักเมืองล่ม…ตำนานเมืองหนองหานที่เล่าขานกันมาช้านาน…ประชาชนคนอีสานตั้งแต่เหนือจรดใต้ ต่างรู้จักกันดีทั่วหน้า นั่นก็คือ นิทานรัก “ผาแดงนางไอ่” ตำนานรักอันสุดซึ้งของ “หนึ่งหญิง สองชาย” เมื่อฝ่ายหนึ่งพลาดรักและถูกทำร้าย จนถึงแก่ความตาย กลายเป็นศึกสงครามทำให้บ้านเมืองถล่มถลายกลายเป็นหนองน้ำใหญ่ คือ “หนองหานหลวง” ซึ่งเป็นทะเลน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของภาคอีสาน และวรรณกรรมอีสานเรื่องนี้ ก็เป็นปฐมเหตุแห่งประเพณีอันยิ่งใหญ่ “บุญบั้งไฟ” ที่ขึ้นชื่อลือชาของชาวอีสานมาแต่บรรพกาล โดยตำนานรักเรื่องนี้เล่าไว้ว่า พญาขอมผู้ครองมหานคร “เอกธิดา” หรือ “เอกชะธีตา” เมืองธิดาเดียว (บริเวณหนองหานหลวงในปัจจุบัน) มีธิดาชื่อว่า “ไอ่คำ” หรือ “ไอ่ใจเมือง” ซึ่งเป็นหญิงที่มีรูปร่างหน้าตาสดสวย สะคราญ จะหาสาวนางใดในไตรภพมาเทียบได้ไม่ นางจึงเป็นที่ต้องตาต้องใจของชายหนุ่มทั้งในเมือง และต่างเมือง เป็นที่กล่าวขานไปทั่วทุกหัวระแหง เจ้าชายแดนไกลหลายหัวเมืองต่างหมายปอง อยากได้นางมาเป็นคู่ครองทั้งนั้น หนึ่งในเจ้าชายเหล่านั้นคือ “ท้าวผาแดง” เจ้าชายแห่งเมืองผาโพง ทราบข่าวเล่าลือถึงสิริโฉมอันงดงามของไอ่คำ ก็เกิดความยินดี หลงใหล คลั่งไคล้ ใฝ่ฝัน หมายปองในตัวนางอย่างรุนแรง จนไม่สามารถจะอดรนทนไหวในนครของตนเองได้ ท้าวผาแดงได้เดินทางรอนแรมมาที่นครเอกชะธีตา พร้อมทหารคนสนิท ตอนแรก …

อ่านเพิ่มเติม

ทายนิสัยจากหน้าผาก หน้าผากทรงนี้มีนิสัยแบบไหน?

forehead1-660x330

คนเราทุกคนเกิดมาล้วนมีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าจะมีหลายคนที่ดูคล้ายกัน คนบางคนอาจมีลักษณะใบหน้าที่เหมือนกัน บางคนอาจมีมือแบบเดียวกัน และบางคนก็มีลักษณะของหน้าผากแบบเดียวกันได้ เราอาจมองว่าการมีหน้าผากแบบเดียวกันกับคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่น่าสนใจเท่าไหร่ แต่หากคุณได้รู้ความจริงต่อไปนี้ คุณอาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ค่ะ หน้าผากเป็นตัวบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของเราค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากกว้างหรือแคบ ทีนี้ก็น่าจะตอบข้อสงสัยที่ว่าทำไมคุณและใครบางคน (ที่มีหน้าผากแบบเดียวกัน) ถึงได้มีความคล้ายกัน และต่อไปนี้ก็คือลักษณะของหน้าผากประเภทต่างๆ และความหมายที่ซ่อนอยู่ของมัน ไปดูกันเลย! ประเภทที่ 1 หน้าผากกว้าง (Broad Forehead) คนจำนวนมากที่มีหน้าผากกว้าง แต่ก็มีคนที่ไม่ชอบหน้าผากแบบนี้ โดยเฉพาะผู้หญิง หน้าผากที่กว้างจนกินพื้นที่ส่วนใหญ่บนใบหน้า ดังนั้นผู้หญิงส่วนมากจึงชอบไว้ผมหน้าม้าเพื่อปิดหน้าผากไว้ แต่ความจริงแล้วเราควรภูมิใจกับหน้าผากที่กว้างของเรานะคะ เพราะหน้าผากกว้างเป็นสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาด คนที่มีหน้าผากแบบนี้เป็นคนที่มีความสามารถและทักษะสูงมาก สามารถจัดการงานต่างๆ ที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และทำเสร็จอย่างรวดเร็วก่อนกำหนดเวลาด้วย นอกจากนี้ พวกเขาสามารถเข้าใจอะไรได้ง่าย โดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายนาน และยังมีสัมผัสที่ 6 สามารถรู้ได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นได้เร็วกว่าคนอื่นๆ พวกเขาเป็นที่ชื่นชอบโดยเฉพาะคนอายุมากกว่า ประเภทที่ 2 หน้าผากแคบ (Narrow forehead) ต่อมาเป็นลักษณะหน้าผากที่ตรงข้ามกับหน้าผากกว้าง นั่นก็คือหน้าผากแคบ ถึงแม้ว่าคนที่มีหน้าผากกว้างจะเป็นคนที่ฉลาดมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีหน้าผากแคบจะไม่ฉลาดนะ หนึ่งในลักษณะบุคลิกภาพที่เห็นเด่นชัดของของคนที่มีหน้าผากประเภทนี้คือเป็นคนอ่อนไหวมาก …

อ่านเพิ่มเติม