Home / ความรู้ - สุขภาพ / เป็นตกขาว…อย่าตกใจ ผู้หญิงควรอ่าน!!
1

เป็นตกขาว…อย่าตกใจ ผู้หญิงควรอ่าน!!

เป็นตกขาว…อย่าตกใจ ผู้หญิงควรอ่าน!!

ตกขาว เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้หญิงหลายๆ คนได้ เพราะอาจจะยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้อยู่ และเกิดคำถามที่ติดค้างในใจอยู่ว่า ตกขาวจะเป็นตัวบอกสัญญาณโรคร้ายหรือไม่? แล้วตกขาวเกิดขึ้นได้อย่างไร? วันนี้เราจึงนำผู้เชี่ยวชาญมาตอบคำถามเหล่านี้ นั่นคือ ศ.นพ.นิมิต เตชะไกรชนะ หัวหน้าหน่วยวิจัยสตรีวัยหมดระดู ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่จะมาตอบคำถามพร้อมกับให้ข้อคิดดีๆ อีกด้วย

2

Q : ผู้หญิงที่มีตกขาวแสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นใช่หรือไม่

A : อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์หรือวัยมีประจำเดือน รังไข่ยังผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนตามปกติ ทำให้ผู้หญิงดูมีน้ำมีนวลผิวพรรณเต่งตึงไม่เหี่ยวย่น นอกจากนี้ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังช่วยให้เซลล์ในเยื่อบุช่องคลอดหนาตัวขึ้น มีเลือดไปหล่อเลี้ยงมากขึ้น ช่องคลอดจึงมีความชุ่มชื้นไม่แห้งผาก ซึ่งในเลือดที่มาหล่อเลี้ยงไม่ได้มีเพียงเม็ดเลือดแดงเท่านั้น แต่ยังมีเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่เหมือนทหารคอยป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆอยู่ด้วย ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในช่องคลอดได้มาก ต่างกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่รังไข่หยุดการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้วเยื่อบุช่องคลอดจึงบางลงและแห้งผาก เลือดมาหล่อเลี้ยงน้อยลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย สำหรับผู้หญิงวัยมีประจำเดือน ประจำเดือนก็จะมาเป็นรอบๆ โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงกลางๆรอบเดือน มีการตกไข่ ถ้าไข่ไม่ได้รับการผสมเป็นการตั้งครรภ์ ผนังเยื่อบุมดลูกก็จะหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน เป็นวงจรหมุนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ตกขาวที่ปกติจะเกิดขึ้นใน 2 ช่วงคือ ช่วงฮอร์โมนขึ้นสูงสุด ได้แก่ ช่วงกลางรอบเดือน ผู้หญิงจะรู้สึกเปียกชื้น บางคนจะมีความรู้สึกทางเพศในช่วงนี้ ตกขาวจะมีลักษณะเป็นมูกใสๆคล้ายน้ำมูก อีกช่วงหนึ่งคือ ช่วงก่อนประจำเดือนมา หากจะอธิบายให้เห็นภาพประจำเดือนก็เปรียบเสมือนน้ำในเขื่อนที่ก่อนจะแตกต้องมีการรั่วซึมออกมาก่อน ส่วนที่รั่วซึมออกมาก่อนก็คือตกขาวนั่นเอง ถือเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ในหญิงตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนแรก จะมีตกขาวลักษณะคล้ายแป้งเปียกออกมาจำนวนมาก เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มสร้างรก ฮอร์โมนเพศหญิงจึงพุ่งสูงขึ้นเพื่อเตรียมผนังเยื่อบุมดลูกให้หนาพอสำหรับตัวอ่อนจะเข้าไปฝังตัว ดังนั้น เรามักจะได้ยินผู้หญิงที่เริ่มตังครรภ์ในช่วงเดือนแรกๆบ่นว่าตกขาวเยอะ แต่เมื่อมาตรวจแล้วก็ไม่ปรากฏว่ามีอะไรผิดปกติ

1

ในวัยเจริญพันธุ์การมีตกขาวถือว่าเป็นตกขาวตามธรรมชาติ ไม่ผิดปกติ แตทอีกกลุ่มหนึ่งคือตกขาวที่ผิดปกติ แบ่งได้เป็น 2 สาเหตุหลักๆคือ ตกขาวที่มีสาเหตุจากการติดเชื่อ และ ตกขาวที่ไม่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ

ตกขาวที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ มีอยู่ 4 ชนิด ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อพยาธิ และเชื้อไวรัส สามารถวินิจฉัยได้ง่าย เพียงนำเชื้อไปส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ก็จะทราบสาเหตุ แล้วใช้ยารักษาให้ตรงจุด การติดเชื้อพยาธิและเชื้อไวรัสในช่องคลอดส่วนใหญ่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์

ตกขาวที่ไม่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ วินิจฉัยได้ยากกว่าเพราะเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจจะเป็นเนื้องอก มะเร็งปากมดลูก หรือมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในช่องคลอดเช่น มีถุงยางอนามัยตกค้างอยู่ในช่องคลอดโดยไม่รู้ตัวระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

Q : ลักษณะของตกขาวที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นได้อย่างไร

A : มีผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่มาพบแพทย์เพราะสังเกตเห็นว่าตกขาวมีสีเหลืองสีเขียวติดกางเกงชั้นใน อันที่จริงเมื่อตกขาวหลุดออกมาติดกางเกงชั้นในและสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ จะเกิดการออกซิไดซ์กลายเป็นสีเหลืองสีเขียวในกรณีนี้ไม่ได้มีความผิดปกติใดๆเกิดขึ้น ถ้าเป็นตกขาวที่บ่งบอกถึงโรค สีของตกขาวจะเป็นสีเหลืองสีเขียวตั้งแต่ในช่องคลอด รวมทั้งมีอาการแสบคัน รู้สึกผ่าวๆข้างในช่องคลอด ซึ่งควรมาพบแพทย์

เห็นหรือไม่ว่าตกขาวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแต่เราต้องหมั่นสังเกตุตัวเองว่ามีอะไรผิดปกติไปหรือไม่ เท่านี้ก็สามารถห่างไกลจากโรคร้ายได้แล้ว

ที่มา : thaijobsgov.com/jobs/88223

ชื่นชอบข่าวนี้ อยากแชร์ต่อให้เพื่อนๆ